White Paper

โซลูชันด้านไอทีใหม่ๆ และการใช้ระบบเครือข่ายไร้สายที่เกิดขึ้นอย่างแพร่หลายและรวดเร็วเพื่อสนับสนุนการเข้าถึงข้อมูลผ่านอุปกรณ์มือถือที่หลากหลายนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อ การผลิต การจัดการเวิร์กโฟลว์ และการเพิ่มประสิทธิผลการผลิตสูงสุด ซึ่งเทคโนโลยี Mobility จะช่วยให้องค์กรสามารถนำข้อมูลไปใช้ได้ในทุกที่ ทุกเวลาอย่างมีประสิทธิภาพและน่าเชื่อถือ ซึ่งการหยุดทำงานหรือแม้กระทั่งการหยุดชะงักเล็กน้อยของการดำเนินการก็อาจมีผลกระทบเชิงลบที่สำคัญต่อความสำเร็จของธุรกิจโดยรวมได้

หนึ่งในคำถามที่ท้าทายสำหรับธุรกิจที่กำลังมองหาโซลูชันด้านไอที คือองค์กรควรจะติดตั้งระบบ WLAN ที่จัดการโดยคอนโทรลเลอร์ (Controller) ที่อยู่ที่สถานที่ทำงาน (On-premise) หรือแบบที่ควบคุมผ่านระบบคลาวด์ดี ซึ่งอะไรคือความแตกต่างและสถาปัตยกรรมแบบใดที่จะเหมาะสมกับองค์กรมากกว่ากัน ก่อนอื่นต้องมาพิจารณาถึงการวิวัฒนาการของระบบเครือข่าย WLAN จากนั้นจึงหาข้อแตกต่างที่สำคัญระหว่าง WLAN ในระบบ On-premise และระบบคลาวด์

การรักษาความปลอดภัยเครือข่าย (Network Security) อาจเป็นกฎระเบียบที่กำลังคุกคามสำหรับองค์กรส่วนใหญ่ซึ่งบริเวณที่จะถูกคุกคาม (Threat landscape) ขององค์กรกำลังกลายเป็นเป้าหมายในการโจมตีที่มีความอันตรายมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะผู้มุ่งร้ายจะมุ่งเน้นพัฒนาภัยคุกคามให้มีความซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งในเวลาเดียวกันการที่องค์กรเริ่มใช้อุปกรณ์มือถือมาช่วยในการทำงาน (Mobile Workforce) การเปลี่ยนแปลงทางดิจิตอล (Digital Transformation) แอพพลิเคชัน IoT และการย้ายไปยังระบบคลาวด์จะทำให้เพิ่มขนาดและความซับซ้อนของโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีพร้อมเพิ่มโอกาสในการโจมตีของผู้มุ่งร้ายอีกด้วย

กระบวนทัศน์ใหม่ในการสำรองและกู้คืนข้อมูลที่สร้างขึ้นบนแนวคิดของความเรียบง่าย ความยืดหยุ่น ความคล่องตัวและการพัฒนาปรับปรุง ROI จะช่วยให้องค์กรทำได้มากกว่าการแค่สำรองและกู้คืนข้อมูล ด้วยการใช้ประโยชน์จากโซลูชันที่เป็นนวัตกรรมในราคาที่เข้าถึงได้ซึ่งประกอบด้วยซอฟต์แวร์สำรองและจำลองข้อมูลชั้นนำของ Veeam (Veeam Backup and replication) และอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล DE Series ของ Lenovo ช่วยให้ฟังก์ชันการสำรองและกู้คืนข้อมูลสามารถดำเนินการได้เร็วขึ้น ประหยัดต้นทุนมากขึ้นและง่ายดายกว่าโซลูชันสำรองข้อมูลแบบดั้งเดิม นอกจากนี้โซลูชันดังกล่าวช่วยยกระดับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการปกป้องข้อมูลขององค์กร (ROI) เพื่อรองรับในกรณีการใช้งานทางธุรกิจที่หลากหลายนอกเหนือจากแค่การสำรองและกู้คืน

ระบบเครือข่ายในปัจจุบันมีการใช้งาน IP Address ต่อผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นมากกว่าหนึ่ง IP โดยเกิดจากการเพิ่มขึ้นอย่างมากของการใช้งานอุปกรณ์ BYOD และเรื่องการเปลี่ยนจาก IPv4 เป็น IPv6 ซึ่งการที่องค์กรใช้ IP Address มากขึ้นจะส่งผลกระทบต่อระบบเครือข่ายถ้าองค์กรไม่มีอุปกรณ์ที่ช่วยกำหนดตารางการส่งต่อข้อมูล L3 (L3 Forwarding Table)  เช่น ประสิทธิภาพของระบบเครือข่ายช้าลงหรือเกิดการใช้งาน CPU ของสวิตช์สูงขึ้น ดังนั้นแล้วตารางการส่งต่อข้อมูล L3 จึงเป็นตัวกำหนดสำคัญในการพิจารณาการออกแบบเครือข่าย

เอกสารวิชาการแปลไทยเรื่อง Synology Drive ซึ่ง Drive เป็นโซลูชันหนึ่งที่อยู่ใน NAS ของ Synology ที่ช่วยในเรื่องการทำงานร่วมกันด้านการจัดเก็บข้อมูลไว้เป็นส่วนกลางภายในระบบคลาวด์ส่วนตัวที่ตั้งอยู่ในสำนักขององค์กรเอง โดยโซลูชันนี้จะมีจุดเด่นคือ การจัดเก็บไฟล์ไว้บนคลาวด์ส่วนตัวที่องค์กรเป็นเจ้าของข้อมูลแบบ 100% และไม่มีค่าสมัครใช้งานที่ต้องเสียเป็นรายเดือน โดยมีฟีเจอร์หลักๆดังนี้

Powered by MakeWebEasy.com